ทำไมคุยกับคนนี้ แล้ว รู้สึกดีจัง ......โยะชิดะ ฮิซะโนะริ สำนักพิมพ์ WELEARN
สรุปข้อคิดดีๆ จาก หนังสือ ทำไมคุยกับคนนี้ แล้ว รู้สึกดีจัง
โยะชิดะ ฮิซะโนะริ เขียน สำนักพิมพ์ Welearn
1. ทิ้งความอยากเป็นจุดสนใจไป
2. เราควรคำนึงถึงการพูดคุยที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายหรือสบายใจเสียก่อน
3. การไปทักคนอื่นแล้วเขาไม่ทักตอบนั้นเป็นเรื่องธรรมดา การที่เขาไม่ตอบคำถามก็เป็นเรื่องธรรมดา และการที่เขาไม่ใส่ใจเราก็เป็นเรื่องธรรมดา
4. มองว่าการพูดคุยเป็นเกม
- เป็นเกมที่ "ไม่มีคู่ต่อสู้" เพราะทั้ง 2 ฝ่าย เป็นพวกเดียวกัน และ
- ต้องอาศัย "ความร่วมมือ" ของทุกคนในเกม
- สิ่งที่ต้องเอาชนะให้ได้ในเกม คือ "ความรู้สึกอึดอัด"
- เป็นเกมที่จำเป็นต้องเล่น
- มีวิธีเอาชนะที่ยืดหยุ่น
- ขอเพียงเรารู้สึกดีกับการพูดคุยก็ถือว่าชนะแล้ว
5. คุณต้องพยายามทำให้คู่สนทนาเป็นฝ่ายพูด
6.โดยธรรมชาติมนุษย์จะชอบพูดเรื่องที่ตัวเองสนใจ
7. เราไม่สามารถควบคุมความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นได้
8. หากพิจารณาดูให้ให้ดี คุณจะพบว่าการพูดหยอกล้อกันนี่แหละ ที่ทำให้คนเราสนิทกันเร็วที่สุด
9. คุณต้องเชื่อมั่นว่า ตราบใดที่คุยกับคนอื่นด้วยความปรารถนาดี เขาย่อมไม่มีทางเกลียดคุณอย่างแน่นอน
10.การปรับอารมณ์ของตัวเองให้กลมกลืนกับสถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่
11.คนที่มีทักษะในการพูด ได้อย่างรวดเร็วที่สุด คือการปรับอารมณ์ให้เข้ากับคู่สนทนานั้นเอง
12. การคุยเล่นที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเนื้อหาสาระ ขอแค่ส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กันได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
13. ให้คุณ "ถามคำถาม" แทนครับ เพราะมันเป็นการสื่อความหมายนัยว่า "ฉันสนใจและต้องการความเห็นของคุณ"
14. ในขณะที่การชวนคุยแบบพูดขึ้นมาลอยๆ เช่น "วันนี้อากาศดี" "ผมชอบฟุตบอลครับ" เป็นการพูดเอาความเห็นของตัวเองนำ ซึ่งอาจทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีและคิดว่า "แล้วจะมาบอกฉันทำไม"
15. ตั้งคำถามโดยคำนึงถึงคู่สนทนา เช่น บ้านเกิดอยู่ที่ไหนเหรอ แล้วตั้งคำถามต่อ เช่น เอ๊ะ เวียดนาม ส่วนไหนของเวียดนาม ใช่เมืองโฮนิมินต์หรือเปล่า เมื่อจบหนึ่ง ก็ถามอีกเรื่องหนึ่งต่อ อาจเป็นเรื่องอาหารที่ชอบ สภาพอากาศสิ่งเดี่ยวที่ต้องจำไว้คือ ประเด็นที่คุยควรเป็นเรื่องของคู่สนทนา ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
16. เออออ ไว้ก่อน ความเห็นส่วนตัวไม่ใช่สิ่งจำเป็นในเกมพูดคุยครับ
17. ไม่พยายามอยู่เหนือกว่าคนอื่น รู้จักปล่อยวาง
18. คุณต้องสนใจในตัวคู่สนทนาเสียก่อน
19. เทคนิค พิเศษ
- ชื่นชมคู่สนทนา
- แสดงความรู้สึกทึ่งบ่อยๆ
- รู้สึกสนุกเข้าไว้
20. "ตัดผมมาเหรอ" เพราะคนส่วนใหญ่ จะดีใจเวลามีคนสังเกตเห็นอะไรใหม่ๆ ของตัวเอง
2. เราควรคำนึงถึงการพูดคุยที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายหรือสบายใจเสียก่อน
3. การไปทักคนอื่นแล้วเขาไม่ทักตอบนั้นเป็นเรื่องธรรมดา การที่เขาไม่ตอบคำถามก็เป็นเรื่องธรรมดา และการที่เขาไม่ใส่ใจเราก็เป็นเรื่องธรรมดา
4. มองว่าการพูดคุยเป็นเกม
- เป็นเกมที่ "ไม่มีคู่ต่อสู้" เพราะทั้ง 2 ฝ่าย เป็นพวกเดียวกัน และ
- ต้องอาศัย "ความร่วมมือ" ของทุกคนในเกม
- สิ่งที่ต้องเอาชนะให้ได้ในเกม คือ "ความรู้สึกอึดอัด"
- เป็นเกมที่จำเป็นต้องเล่น
- มีวิธีเอาชนะที่ยืดหยุ่น
- ขอเพียงเรารู้สึกดีกับการพูดคุยก็ถือว่าชนะแล้ว
5. คุณต้องพยายามทำให้คู่สนทนาเป็นฝ่ายพูด
6.โดยธรรมชาติมนุษย์จะชอบพูดเรื่องที่ตัวเองสนใจ
7. เราไม่สามารถควบคุมความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นได้
8. หากพิจารณาดูให้ให้ดี คุณจะพบว่าการพูดหยอกล้อกันนี่แหละ ที่ทำให้คนเราสนิทกันเร็วที่สุด
9. คุณต้องเชื่อมั่นว่า ตราบใดที่คุยกับคนอื่นด้วยความปรารถนาดี เขาย่อมไม่มีทางเกลียดคุณอย่างแน่นอน
10.การปรับอารมณ์ของตัวเองให้กลมกลืนกับสถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่
11.คนที่มีทักษะในการพูด ได้อย่างรวดเร็วที่สุด คือการปรับอารมณ์ให้เข้ากับคู่สนทนานั้นเอง
12. การคุยเล่นที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเนื้อหาสาระ ขอแค่ส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กันได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
13. ให้คุณ "ถามคำถาม" แทนครับ เพราะมันเป็นการสื่อความหมายนัยว่า "ฉันสนใจและต้องการความเห็นของคุณ"
14. ในขณะที่การชวนคุยแบบพูดขึ้นมาลอยๆ เช่น "วันนี้อากาศดี" "ผมชอบฟุตบอลครับ" เป็นการพูดเอาความเห็นของตัวเองนำ ซึ่งอาจทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีและคิดว่า "แล้วจะมาบอกฉันทำไม"
15. ตั้งคำถามโดยคำนึงถึงคู่สนทนา เช่น บ้านเกิดอยู่ที่ไหนเหรอ แล้วตั้งคำถามต่อ เช่น เอ๊ะ เวียดนาม ส่วนไหนของเวียดนาม ใช่เมืองโฮนิมินต์หรือเปล่า เมื่อจบหนึ่ง ก็ถามอีกเรื่องหนึ่งต่อ อาจเป็นเรื่องอาหารที่ชอบ สภาพอากาศสิ่งเดี่ยวที่ต้องจำไว้คือ ประเด็นที่คุยควรเป็นเรื่องของคู่สนทนา ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
16. เออออ ไว้ก่อน ความเห็นส่วนตัวไม่ใช่สิ่งจำเป็นในเกมพูดคุยครับ
17. ไม่พยายามอยู่เหนือกว่าคนอื่น รู้จักปล่อยวาง
18. คุณต้องสนใจในตัวคู่สนทนาเสียก่อน
19. เทคนิค พิเศษ
- ชื่นชมคู่สนทนา
- แสดงความรู้สึกทึ่งบ่อยๆ
- รู้สึกสนุกเข้าไว้
20. "ตัดผมมาเหรอ" เพราะคนส่วนใหญ่ จะดีใจเวลามีคนสังเกตเห็นอะไรใหม่ๆ ของตัวเอง
21. "สังสัยเพราะคุณดูดีขึ้นแน่เลยครับผมเลยนึกว่าไปตัดผมมา" มันเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจที่เรามีต่อเขา
22. รับลูก คือ การตั้งในฟังแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม
23. ส่งลูก คือ ตั้งคำถาม คำถามที่ตอบง่าย อีกฝ่ายสนใจ แคบๆ
24.เช่น "วันนี้กินข้าวหรือยัง" "สมัยเรียนไปทัศนศึกษาที่ไหน"
"ตัวละครตัวโปรดจากการ์ตูนคือใคร" "เวลาง่วงนอนจนทนไม่ไหวควรทำอย่างไร"
26.ใช้เทคนิค ถามเรียงตามลำดับเวลาเพื่อเติบคำตอบที่หายไป
27.ข้อห้าม โกหก ขัดขอ โอ้อวด
28.เทคนิคที่สำคัญที่สุด ของการพูดคุย คือ การคำนึงถึงคนอื่น
29. รู้จักให้อภัยตัวเอง

22. รับลูก คือ การตั้งในฟังแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม
23. ส่งลูก คือ ตั้งคำถาม คำถามที่ตอบง่าย อีกฝ่ายสนใจ แคบๆ
24.เช่น "วันนี้กินข้าวหรือยัง" "สมัยเรียนไปทัศนศึกษาที่ไหน"
"ตัวละครตัวโปรดจากการ์ตูนคือใคร" "เวลาง่วงนอนจนทนไม่ไหวควรทำอย่างไร"
26.ใช้เทคนิค ถามเรียงตามลำดับเวลาเพื่อเติบคำตอบที่หายไป
27.ข้อห้าม โกหก ขัดขอ โอ้อวด
28.เทคนิคที่สำคัญที่สุด ของการพูดคุย คือ การคำนึงถึงคนอื่น
29. รู้จักให้อภัยตัวเอง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น